image

image


Center Pivot และ Linear ทางรอดเกษตรกรไทย

สำหรับประเทศไทยที่มีฝนตกเกินครึ่งต่อปี พืชไร่ที่ปลูกในประเทศเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเราอาศัยน้ำฝนเป็นหลักในแต่ละรอบปลูก ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่อาจจะปลูกพืชระยะสั้นได้ประมาณ 3 – 4 รอบต่อปี แต่กับประเทศอื่นๆที่มีหน้าหนาว อาจจะได้เพียง 2-3รอบต่อปีเท่านั้น แต่เหมือนมันจะไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว ภาวะโลกร้อนได้มีผลกระทบกับที่ดินและสภาพอากาศ ณ ปัจจุบันอย่างมากทำให้เกิดฝนผิดฤดูกาลหรือร้อนนานกว่าที่ควรจะเป็น เกษตรกรไม่สามารถวางแผนวันปลูกที่เหมาะสมได้เพราะไม่สามารถคาดการอะไรได้อีกจากฝนที่ไม่สม่ำเสมอรวมถึงความแห้งแล้งของดินที่เพิ่มมากขึ้น และสถาณการณ์ปัจจุบันไม่เพียงแต่ประเทศไทย แต่ทั่วโลกเช่นสหรัฐอเมริกาเจอกับปัญหาพื้นที่แห้งแล้งถึง 95% ของฝั่งตะวันตกของประเทศภายใน3ปี

การจัดการน้ำเพื่อผลผลิตที่ดีเลยไม่ใช่เหตุผลหลักของเกษตรกรเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มาคู่กับการจัดการน้ำที่ดีไม่สูญเสียน้ำอย่างสิ้นเปลืองจนทำให้ที่ดินของตัวเองขาดน้ำก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีก1ประเด็น เพราะเกษตรกรไม่สามารถพึ่งพาฝนตามฤดูกาลได้อีกต่อไป และบางพื้นที่อาจจะมีสภาพดินที่ไม่ดีพอที่จะเก็บกักน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแต่กลับไหลออกไปนอกพื้นที่ดินเสียเอง โดยการจัดการน้ำที่ดีมี 3 ประการคือ 1. ต้องไม่ใช้ปริมาณน้ำที่มากเกินไปหรือมีการสูญเสียน้ำเยอะ 2. ต้องไม่ใช้พลังงานที่สูงในการทำงาน 3.ต้องคุ้มค่ากับการลงทุนทั้งด้านผลผลิตที่ดีขึ้นและช่วยลดค่าใช้จ่ายตลอดการเพาะปลูก ซึ่งสำหรับเกษตรแปลงใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยต้องหันมาดู 3 องค์ประกอบนี้อย่างจริงจัง

ระบบ Center Pivot และ Linear นั้นได้รับความนิยมมากทั่วโลกในขณะนี้ โดยเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สามารถเปลี่ยนประเทศทะเลทรายอย่างซาอุดิอาราเบีย และอิสราเอลให้เป็นพื้นที่ทำการเกษตรที่สำคัญแห่งใหม่ของโลก โดย Center Pivot และ Linear สามารถช่วยทำให้การรดน้ำและจัดการน้ำในแปลงดีขึ้นมากถึง 97%โดยใช้อัตราการใช้น้ำที่ต่ำ ต้องการแรงดันในการรดน้ำที่ต่ำ และมีความแม่นยำในการรดสูงมาก จึงทำให้เทคโนโลยีนี้เป็นทางออกสำหรับเกษตรกรพืชไร่แปลงใหญ่ที่คุ้มค่าในทุกด้านใน 3 องค์ประกอบข้างต้น

ข้อดีพิเศษของระบบน้ำ
Center Pivot และ Linearที่ทำให้การเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีนี้อย่างโดดเด่นได้แก่
1. การรดน้ำที่แม่นยำในเรื่องของการกระจายตัวของน้ำที่ถูกออกแบบให้กระจายตัวอย่างเท่ากันทั้งพื้นที่
2. ใช้แรงงานคนน้อยหรือไม่ใช้เลย ทำให้ภาพรวมการทำงานดีขึ้นและมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลง
3. มีระบบรายงานสถานการณ์ทำงานหรือรวมถึงสภาพแปลงเกษตรของตนเองตลอดเวลา
4. สั่งการผ่านมือถือ และควบคุมการทำงานผ่านหน้าจอ
5. มีความแข็งแรงทนทาน เป็นโครงสร้างที่มีอายุการใช้นานยาวนาน
6. ใช้บ่อขนาดไม่ใหญ่ และใช้ปั๊มขนาดเล็ก