Picture1

image


Copenhill เป็นส่วนหนึ่งในแผนของกรุงโคเปนเฮเกนในการเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ หรือ Carbon-Nuetral City แห่งแรกของโลกในปี 2025 และยังได้ชื่อว่าเป็นโรงงานเผาขยะที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก ออกแบบโดย Bjarke Ingels Group (BIG) บริษัทสถาปนิกสัญชาติเดนมาร์กที่มีชื่อเสียงระดับเวิลด์คลาส โดยล่าสุดยังได้รับรางวัล World Building of the Year  ในเทศกาล World Architecture Festival ครั้งที่ 14 เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมาด้วย

ภายในตัวอาคารของ Copenhill เป็นโรงเผาขยะที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนที่สามารถทั้งผลกำไรในแง่เศรษฐกิจ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างกลมกลืน โดยในแต่ละปี Copenhill สามารถเปลี่ยนขยะน้ำหนัก 440,000 ตันหรือคิดเป็นน้ำหนักขยะที่เมืองนิวยอร์กสร้างขึ้นในเวลา 36 วัน ให้เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเลี้ยงชุมชน 30,000 ครัวเรือนและผลิตความร้อนเลี้ยงอีก 72,000 ครัวเรือนได้ด้วย

Bjarke Ingels ผู้ก่อตั้ง BIG ที่รับหน้าที่ออกแบบโรงงานเผาขยะ Copenhill ระบุว่าโรงงานแห่งนี้เปรียบเสมือนภูเขาขนาดย่อมๆมีต้นไม้ปลูกเอาไว้หลายร้อยต้น แต่ละต้นถูกเลือกสายพันธุ์ให้เติบโตได้บนความสูง 100 เมตรเหนือพื้นดินได้ และยังมีกิจกรรมมากมายให้ทำเหมือนอยู่ในสถานสาธารณะดีๆ เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของผู้คนที่มีต่อการจัดการความยั่งยืน โดยอยากให้เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อโรงงานผลิตพลังงานจากขยะว่าไม่จำเป็นต้องสกปรกหรือใหญ่โตน่าเกลียด

Amager Bakke ใช้งบประมาณในการออกแบบและก่อสร้างราว 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 22,398 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2013 เปิดใช้ครั้งแรกในเดือนมีนาคมปี 2017 งบประมาณดังกล่าวมาจากบริษัท Amager Ressourcecenter (ARC) บริษัทจัดการขยะในโคเปนเฮเกน ที่มีเทศบาลเมือง 5 แห่งเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยโรงงานแห่งนี้มีเทคโนโลยีการเผาขยะเพื่อเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานขั้นสูงที่เรียกว่า DynaGrate เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่สามารถแยกวัสดุอย่างโลหะมารีไซเคิลต่อได้ และยังลดต้นทุนในการบำรุงรักษาไปด้วยมหาศาล

Jacob Simonson CEO ของ ARC ระบุว่าโรงงาน Amager Bakke ผลิตพลังงานมหาศาลมากพอที่จะต้มน้ำปริมาณเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิก 19 สระให้เดือดระดับ 200 องศาเซลเซียสได้ในแต่ละวัน ขณะที่เชื้อเพลิงต่างๆนั้นก็มาจากขยะในโคเปนเฮเกน และพื้นที่โดยรอบ ครอบคลุมประชากร 680,000 คน และเป็นขยะจากบริษัทต่างๆอีก 46,000 แห่ง โดยมีรถขยะใช้มากถึง 250-350 คัน

เทคโนโลยีสำคัญที่สุดของ Amager Bakke ก็คือระบบจัดการไอเสียที่จะปล่อยออกสู่ภายนอกโดยควันที่เห็นจากปล่องควันมีเพียงไอน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์เพียงเล็กน้อย โดยเทคโนโลยีภายในสามารถลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ลงได้มหาศาลและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 100,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ยังผลิตน้ำกลับมาใช้ใหม่จากการกลั่นตัวของไอเสียส่วนเกินได้ถึง 100 ล้านลิตร ขณะที่ขี้เถ้าจากการเผาก็ยังนำมาเป็นวัสดุที่นำไปใช้ในการสร้างถนนหนทางได้อีกด้วย

เรียกว่า Copenhill เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจที่สอดคล้องไปกับเทรนด์ด้าน ความยั่งยืน (Sustainability) ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในเวลานี้ในการลดผลกระทบจากปัญหา Climate Change เป็นอีกสิ่งยืนยันว่าการออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างชาญฉลาดก็สามารถมีส่วนสร้างความยั่งยืนได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำให้โรงงานเผาขยะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้อย่างกลมกลืนและยังกลายเป็นแหล่งทองเที่ยวแห่งใหม่ให้เกิดขึ้นในกรุงโคเปนเฮเกนได้ด้วย

เครดิตสำหรับบทความข่าว: Ingus Kruklitis /Shutterstock.com

เครดิตสำหรับบทความข่าว www.marketingoops.com